Powered By Blogger

หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เมื่อครูไทย...ไปเรียนหนังสือจีน(ตอนที่ 1)











การเล่าเรื่องราวครั้งนี้ เป็นการเล่าเรื่องตามคำขอร้องของบรรดาสมาชิก ครูไทย..ที่ไปเรียนภาษาจีน เมื่อ ปี 2549 ว่าขอให้เล่าเรื่องไว้ด้วยจะได้สื่อถึงกันและระลึกถึงความหลัง ที่มิอาจหวนกลับคืนมาได้อีก เพราะวัยร่วงโรย จากความชราไปตามสังขาร

บรรดาคุณครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการจาก ทั่วประเทศ ที่มีโอกาสได้รับการอบรมภาษาจีน จากครูชาวจีน ที่มาให้ความรู้ด้านภาษาจีนเรียนที่ในในเมืองไทยถึง 3 รุ่น ในปีการศึกษา 2549 จากนั้นให้ไปเรียนต่อ ณ ประเทศจีน อีก 1 เดือน ตอนที่ผมและเพื่อน ๆ เรียนภาษาจีนในเมืองไทย ก็ที่สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเปิด 2 รุ่น พวกเราเรียนรุ่นสุดท้ายก็มีกันประมาณ 24 ชีวิต จากหลายจังหวัด ทุกคนต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าหิน จริง ๆ เรียนแล้วหนาว ไม่ใช่เพราะความเย็นของอุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศในห้องหรอก แต่หนาวเพราะกลัวถูกถามจากเล่าซือ ให้ตอบให้พูดตลอดเวลามากกว่า เพื่อน ๆ นินทาตอนพักกลางวันว่า " อะไรกัน เมื่อกี้ ตอบคำถามไปยังไม่ทันไรเลย คำถามเวียนมาถึงอีกแล้ว ยังไม่ทันตั้งตัวเลย สั่นไปหมดแล้ว ฟังก็ยังไม่รู้เรื่องดี เรียงประโยคก็ไม่ถูก พูดก็ไม่ได้ มึนตึบเลย " เป็นอย่างนี้อยู่ 2 เดือนก่อนจะได้ไปเรียนต่อที่ประเทศจีน มีข้อสังเกตว่า หากเรียนในเมืองไทย ไม่มีโอกาสได้ฝึกทักษะการพูดนอกห้องเรียน แต่ถ้าเรียนที่เมืองจีน เรียนเสร็จก็สามารถไปฝึกการพูดกับคนจีนได้ทันทีเพราะเป็นสังคมของชาวจีน เราจำเป็นต้องพูดภาษาเขา ทำให้ได้ประสบการณ์มากขึ้น เข้าหลักการเรียนภาษาที่ถูกต้องเชียวละ การไปครั้งนี้ รวมแล้ว 48 ชีวิต เมื่อไปถึงบรรดาเล่าซือ(อาจารย์)ที่เคยมาสอนศิษย์ที่เมืองไทยมาคอยรับ เชื่อไหม อาจารย์ทั้งหลาย อายุน้อยกว่าลูกศิษย์มาก เขาเหล่านั้นยังเป็นคนรุ่นหนุ่ม ๆ สาว ๆ ทั้งนั้น บรรดาอาจารย์เหล่านี้ ผ่านการเรียนการสอนภาษาจีนให้ชาวต่างประเทศมาแล้ว บางคนจบปริญญาโททางการสอนภาษาสำหรับชาวต่างประเทศโดยตรงเลยก็มี ดังนั้นจึงมีความเชี่ยวชาญที่จะถ่ายทอดภาษา ให้กับคณะพวกเราได้ดี จากคำที่เราไม่รู้เรื่องเป็นคำที่เรารู้เรื่องได้ สรุปท้ายว่า" อ๋อ....คำนี้ในภาษาจีน ก็คือ....ในภาษาอังกฤษ...และก็คือ.....คำนี้ในภาษาไทย ...นั่นเอง " เข้าใจไหมล่ะ คือแปลจากจีนเป็นอังกฤษ และจากอังกฤษเป็นไทย รวมแล้ว 3 ต่อ มันดีไหม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น