เมื่อปีที่แล้ว ผมได้มาเที่ยวงาน otop midyear 2009 ถึง 2 วัน ติดใจครับ ก็เขาตั้งใจนำสินค้า ที่ได้รับการคัดสรร มาแสดงและจำหน่ายกัน ทั้งที ผมในฐานะพลเมืองดีก็ไปสนับสนุนเป็นธรรมดาครับ
สำหรับงาน otop midyear 2010 ปีนี้ ผมก็ต้องมา ตามที่ใจปรารถนา มาปีนี้ มีสมาชิกติดตามหลายคน วันว่างที่สุดก็คือวันสุดท้ายของงาน คือวันที่ 29 สิงหาคม 2553 แล้วละครับ คนเย๊อะมากครับ สินค้าก็ลดกระหน่ำในชั่วโมงนาทีทอง ร้านแรกที่ผมหมายตาไว้ว่าต้องซื้อของติดมือกลับบ้านให้ได้ คือ ชาครับ เพราะผมนิยมชมชอบชา เพราะเพียงดื่มชาเพื่อสุขภาพครับ ก็อายุมากแล้วนี่ครับ ก็ต้องเลือกนะครับ บางร้านก็ขอแค่ราคาทุน เพราะไม่ต้องการขนของกลับบ้าน บางร้านก็ยังใจแข็งไม่ยอมลดราคา ผมเข้าใจเขานะครับ ชาบางชนิด หนึ่งปี เก็บได้ครั้งเดียวเอง เช่นชาน้ำค้าง เป็นต้น
แต่ที่น่าเวียนหัวมาก ๆ คือ บริเวณศูนย์อาหาร คนรอคิวนั่งโต๊ะ เหมือนเล่นเก้าอี้ดนตรีเลยครับ เพราะอะไรน่ะหรือครับ ก็เพราะว่า ปีนี้ผมว่าราคาอาหารถูกนะ ถูกกว่าปีที่แล้วคนก็อุดหนุนกันคับคั่ง ทุกสิ่งทุกอย่างของงานปีนี้สัมผัสได้ หยิบเลือกชมได้อย่างใกล้ชิด และเป็นกันเอง อีกสิ่งที่เห็นก็รอยยิ้มของผู้ที่นำสินค้าของกลุ่มตนเองได้มาจำหน่ายได้เงินกลับบ้าน บางร้าน หรือบางคูหา ก็ขายไม่ได้นั่งเซ็งก็มี บางร้านของขายหมดแล้ว แต่ยังรอส่งของ และมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าอีก คุยกันบางร้านบอกว่า ปีนี้ได้ oder งานหลายชิ้นเกรงจะทำไม่ทัน แบบนี้ก็มี เห็นแล้วปลื้มแทน
สรุปตามประสาผมนะครับ ผมว่างานแบบนี้ดีมากครับ ให้กลุ่มผู้ผลิต พบกับผู้บริโภคโดยตรง โดยผู้บริโภคไม่ต้องเดินทางไปซื้อถึงที่ หรือไม่ต้องซื้อผ่านพ่อค้าคนกลาง ขอให้มีทุก ๆ ปีนะครับ(รัฐบาล) ปลายปีว่าจะหาโอกาสมาอีก แล้วท่านละครับ ไปเที่ยวงาน otop ของไทยเรา กันบ้างหรือยัง หากยังปลายปีมีอีกครั้ง มาอุดหนุนสินค้าของคนไทยกันนะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น