ในช่วงที่ ฝนตกกระหน่ำ ตั้งแต่เดือน ตุลาคม ถึงเดือนพฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมา ทำให้น้ำท่วม ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยันภาคใต้ ล้วนเจิ่งนองไปด้วยน้ำ ทำให้ประชาชนไทยได้รับความเดือดร้อน อย่างหนัก ภาครัฐและภาคประชาชน ต้องให้ความช่วยเหลือด่วน สงสารประชาชนที่บ้านไม่เคยถูกน้ำท่วม ก็ยังไม่มีทักษะในการใช้ชีวิตที่ต้องผจญกับน้ำ จึงแลดูทุลักทุเล และน่าสงสารยิ่งนัก
สำหรับผมนั้น ชินกับน้ำเสียแล้วครับ ก็บ้านเกิดของผมที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรีน่ะ น้ำท่วมนานปีหนึ่งนานถึงสามเดือนยังมีเลยครับ ไม่นับบางปีน้ำท่วมถึง 2 ครั้ง เรียกว่าเกิดมาก็เห็นน้ำท่วมทุกปี จนชิน และสามารถดำรงค์ชีวิตอยู่กับน้ำอย่างเป็นปกติสุข จนบางปีฝนแล้งยังสงสัยเลยว่า ทำไมน้ำไม่ท่วมเสียทีนะ แต่พอน้ำท่วมจริง ๆก็ปาเข้าไปจนถึงพื้นบ้าน ชาวบ้านที่ผมอยู่เขามีทักษะในการหนีน้ำครับ เขาจะหนุนพื้นบ้านไปเรื่อย ๆ จนกว่าน้ำจะลดลง
ทีนี้ทำไมผมถึงบอกว่า ฝนยังตกไม่ทั่วฟ้าเมืองไทย เลย ก็ผมเพิ่งไปร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับพุทธศาสนามาที่จังหวัดกาญจนบุรีมาครับ ในขณะที่จังหวัดที่กล่าวมาแล้ว ผจญปัญหาน้ำท่วม แต่ที่จังหวัดกาญจนบุรี เขตอำเภอทองผาภูมิ ไม่มีฝนครับ น้ำตกที่อยู่บริเวณวัดพุทโธพุเย มีน้ำแค่นี้เอง ทั้ง ๆ เป็นช่วงที่ต้องมีน้ำตกมากไหลแรงเต็มที่ ชาวบ้านแถวนั้นยังพูดเป็นเสียงเดียวเลยว่า ปีนี้ฝนน้อย ก็ดูภาพเถิดครับ ทุกปีน้ำเต็ม ไหลแรงมากกว่านี้ แบบนี้เรียกว่าฝนตกยังไม่ทั่วฟ้า เมืองไทย หรือยังครับ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น